ความเชื่อมั่นในตนเอง
posted on 29 Jul 2008 23:08 by takoongผมเป็นคนที่ชื่นชมคนที่เชื่อมั่นในความคิดตัวเองนะ
มักจะเห็นตัวตนของคนๆนั้นผ่านการแสดงออกในหลายๆทาง
แต่ก็ต้องตั้งตั้งอยู่ในแนวทางที่เป็นเหตุเป็นผลเพียงพอที่จะให้ยอมรับได้ด้วย
บ่อยครั้งที่รู้สึกว่าคนพวกนี้ทำให้เรารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มีอิทธิพลกับเรา
แต่ความเชื่อมั่นก็ไม่ใช่การยึดมั่น ไม่เปลี่ยนแปลงเอาเสียเลย
หลายๆครั้งการก้าวข้ามเส้นของความเชื่อมั่นในตัวเองก็คือ การดื้อรั้น ตะแบง
แต่ถ้ามีความเชื่อมั่นน้อยเกินไปก็จะกลายเป็นคนโลเล
เป็นไม้หลักปักเลนหาจุดยืนไม่ได้ ง่ายที่จะถูกชักจูงไปกระทำการต่างๆ
ความเชื่อมั่นในตนเองจึงควรมีหลักการเหตุผลที่ประกอบมันขึ้นมา
ไม่ใช่แค่เพียงให้ตัวเองยึดถือค้ำจุนความเชื่่อส่วนตัวเท่านั้น
แต่เพื่อให้คนอื่นได้มีโอกาสเข้าใจถึงแนวความคิดนั้นด้วย
จากประสบการณ์ของผม กลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการทำการต่างๆ
มักจะเป็นกลุ่มที่มีความคิดไปในแนวทางเดียวกัน เชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน
ความเชื่อมั่นส่วนตัวของแต่ละคนหลอมรวมเป็นความเชื่อมั่นของกลุ่ม
เมื่อกลุ่มมีความเชื่อในสิ่งเดียวกัน ก็จะมีความคิดไปในทิศทางหลักเดียวกัน
ที่เราเรียกว่ามี concept เดียวกัน (concept = แนวความคิดรวบยอด)
แม้จะอยู่จากคนละจุดเริ่มต้น แต่ก็จะมีเส้นชัยที่จุดเดียวกัน
ตอนที่ยังต้องคิดต้องทำอะไรคนเดียวนั้น ผมยังไม่เข้าใจถึงเรื่องนี้
แต่เมื่อจำเป็นต้องอยู่กับคนที่มีหลากหลายความคิด หลากหลายประสบการณ์นั้น
การมีแนวคิดเบื้องต้นที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก
อย่างน้อยก็พอจะเห็นแนวทางว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร
ทำให้หลากหลายความคิดมุ่งไปสู่เป้าเดียวกัน มองเห็นภาพเดียวกัน
ไม่คิดเห็นแตกแยก จนแตกคอกันไปเองเสียก่อน
การที่มีอะไรสักอย่างเป็นจุดตัดสินการปะทะกันของความเชื่อก็เป็นสิ่งสำคัญ
ถ้าแต่ละคนยืนกันอยู่คนละกรอบของแนวความคิดก็ยากที่จะเข้าใจกันได้
เหมือนที่ผมเขียนไว้ในตอนต้นว่าควรเปิดให้คนอื่นได้มีโอกาสเข้าถึงด้วย
ถ้าต่างฝ่ายต่างมีกรอบของตัวเองโดยไม่สนใจใครแล้ว คงจะพูดคุยกันยาก
เพราะไม่มีวันที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อสารไปตลอดกาล
ในมิลินทปัญหา(ปุจฉา-วิสัชนา ระหว่างพระนาคเสนกับพระเจ้ามิลินทร์)ก็มีเรื่องที่น่าคิด
มีคำถามหนึ่งก็คือ ทำไมโลกนี้ถึงไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น 2 พระองค์พร้อมกัน
คำตอบนั้น นอกจากจะบอกว่าการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เป็นเรื่องยาก
จนโลกใบนี้ไม่สามารถรองรับได้ถึง 2 พระองค์พร้อมกันแล้ว
ส่วนที่เหลือยังได้กล่าวต่ออีกว่าผู้นับถือแต่ละฝ่ายก็จะนับถือพระพุทธเจ้าของตนว่าดีที่สุด
จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ไม่สามารถตัดความยึดติดในพระพุทธเจ้าฝ่ายของตัวเองได้
จึงจะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทในหมู่ชาวพุทธและไม่ทำให้พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่เป็นที่สุดอย่างแน่นอน
แม้ว่าเรื่องมิลินทปัญหาจะเกิดขึ้นประมาณ 500 ปีหลังพุทธกาล
แต่แนวความคิดในเรื่องนี้แทบจะทั้งหมดยังทันสมัย สามารถปรับใช้กับเรื่องปัจจุบันได้ดีทีเดียว
แม้เวลาจะผ่านไป 2,000 ปีแล้วก็ตาม